ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/RevoClubThailand/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ RevoClubThailand.Net พร้อมหมายเลข RCT ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: Easy Insure ให้การทำประกันภัยเป็นเรื่องง่ายๆ ด้วยเบี้ยพิเศษจากหลายบ.ประกันภัย  (อ่าน 10952 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ถ้าเราติดตั้งแก๊สประกันจะคุ้มครองมั๊ยน๊า
     คือเป็นอย่างนี้นะครับ ประกันที่จะคุ้มครองเหตุการณ์ไฟไหม้จะมีประกันชั้น 1กับ2+ หลักการการเคลมจะเหมือนกัน คือ ถ้าเราติดตั้งแก๊สแต่ไม่ได้แจ้งประกันไว้หากเกิดไฟไหม้ ประกันก็จะคุ้มครองความเสียหายทั้งคันรถยกเว้นชุดอุปกรณ์ติดตั้งแก๊ส เพราะเค้าจะไม่รับทราบถึงอุปกรณ์เพิ่มเติมส่วนนี้ แล้วถ้าเราแจ้งล่ะ ประกันก็จะคุ้มครองอุปกรณ์แก๊สด้วย รวมในทุนประกัน หลักการนี้จะใช้ได้กับอุปกรณ์ตกแต่งทั่วไปด้วย กล่าวคือ ถ้าเราทำประกันแล้ว ณ วันที่ทำอาจจะไม่ได้ติดตั้งอะไรเลย แต่วันนึงเราไปติดตั้งอะไรเพิ่มเติมเราต้องแจ้งประกันหรือตัวแทนที่เราทำประกันด้วยเพื่อให้ประกันทำการถ่ายรูปอุปกรณ์เพิ่มเติมด้วยเพื่อจะขยายความคุ้มครองในอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะถ้าเราไม่แจ้งถึงเวลาเกิดเหตุประกันไม่คุ้มครองจริงๆนะครับ จะหาว่าเค้าใจร้ายไม่ได้ หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมติดต่อผมได้โดยตรงที่ Id Line :Dissadol.s




สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ RevoClubThailand.Net พร้อมหมายเลข RCT ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รู้หรือไม่..จอดรถบนทางด่วนไม่มีเหตุอันควร ผิดกฏหมาย 09 Cry
ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับระเบียบการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ. 2555 ซึ่งก็ได้มีการกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามบุคคลใดหยุดรถหรือจอดรถบนทางด่วนพิเศษฝ่าฝืนนั้นจะมีโทษปรับเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท ใครที่จอดรถและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลอยู่ในเขตนั้นพบเห็นก็สามารถออกใบสั่งและให้จ่ายค่าปรับได้ทันทีเพราะว่าเป็นการทำผิดกฎหมายจราจร  แต่ทั้งนี้ก็จะมีกรณียกเว้น เช่นเกิดอุบัติเหตุหรือรถยนต์มีความเสียหายขัดข้องไม่สามารถขับเคลื่อนไปต่อได้ น้ำมันหมด หรือจอดในที่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้เช่นที่จอดส่งผู้โดยสารตรงบริเวณที่มีบันไดทางลงไปด้านล่างแบบนี้ก็ยกเว้น  แต่กรณีอื่นๆนั้นที่จอดรถโดยพละการทั้งที่รถยังวิ่งไปต่อไปได้นั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายฉะนั้นแล้วกฎหมายสำหรับการใช้ถนนทางด่วนพิเศษหรือจะเป็นสายอื่นๆเราก็ควรจะรู้เอาไว้ หากสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
นอกจากเรื่องประกันนแล้ว วันนี้ขอเสนอเกี่ยวกับการดูแลรักษารถด้วย
การแกะสติ้กเกอร์ไม่ให้ทิ้งคราบไว้ อุปกรณง่ายๆหาได้ทุกบ้านครับ เราใช้ไดร์เป่าผมเป่าไปที่ตัวสติ้กเกอร์ก่อนที่จะทำการลอกออกมา ความร้อนจะทำให้กาวละลายแล้วเราก็ใช้บัตรแข็งในการค่อยๆขูดกาวออก อาจจะใช้เวลาซักหน่อย แต่เราจะได้รถที่เนียนสมใจแน่นอนครับ หลังจากนั้นเราก็มาทำความสะอาดกันแค่เพียงทำตามนี้
•   ขั้นที่ 1 ให้ไปหาซื้อน้ำมันอเนกประสงค์มา จะเป็นรุ่นอะไรก็ได้แต่อ่านส่วนผสมให้ดีบางตัวอาจจะรุนแรงต่อสีรถ
•   ขั้นที่ 2 ทำการฉีดพ่นน้ำมันอเนกประสงค์ลงไปที่บริเวณที่กาวนั้นติดรถอยู่ ฉีดลงไปให้ชุ่ม
•   ขั้นที่ 3 ทำการเช็ดออกด้วยผ้านาโนนุ่มๆอย่างเบามือ
•   ขั้นที่ 4 เมื่อเช็ดคราบกาวออกหมดแล้วให้ล้างรถทันที
           หากไม่สามารถหาน้ำมันอเนกประสงค์มาได้ก็สามารถที่จะใช้ น้ำมันพืช น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันสน แทนกันก็ได้ และในการเช็ดไม่ควรและห้ามอย่างยิ่งที่จะใช้น้ำมันเบนซินหรือทินเนอร์ในการเช็ดคราบเพราะว่าทำให้รถนั้นสีถลอกหมดสวยได้ง่ายๆ ถ้าอยากจะให้คราบกาวหลุดออกและกลับมาเป็นสีรถเหมือนเดิมก็ต้องค่อยๆทำตามขั้นตอนให้ดี
หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมติดต่อที่ Id Line :dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หากซื้อรถมือสองแล้วแถมกรมธรรม์ แต่ชื่อ ผู้เอาประกันไม่ใช่ผู้ขับขี่ จะทำยังไงดี เพราะชื่อผู้เอากรมธรรม์เป็นของเจ้าของรถคนเก่า
จริงๆแล้วไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใดหากกรมธรรม์ทำแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ แต่จะมีปัญหาก้ตอนที่จะทำอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับรถแล้วมีการ
ออกค่าใช้จ่ายเองก่อนแล้วค่อยไปตั้งเบิกกับประกันเพราะประกันจะจ่ายให้กับชื่อผู้ที่อยู่ในหน้าตารางกรมธรรม์เท่านั้น ประกันไม่สามารถสั่ง
จ่ายให้กับบุคลอื่นได้เลย ทั้งหาก ซื้อรถมาแล้วอยากจะเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกัน ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้  ให้เจ้าของรถคนใหม่นำเอกสารให้บริษัทประกันกันภัยหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของรถแล้ว คือ เอกสารสำเนาทะเบียนรถที่มีการการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของกรรมสิทธ์  จากนั้นทางบริษัทประกันภัยก็จะออกสลักหลักเปลี่ยนแปลงให้ ซึ่งในส่วนของการเปลี่ยนแปลงชื่อในกรมธรรม์ทางบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ในครั้งนี้ทางเจ้าของรถคนใหม่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดในการดำเนินการ   ดังนั้นหากซื้อรถมือสองควรแจ้งให้ปนะกันทราบเรื่องการเปลี่ยนชื่อ
ผู้เอาประกันก่อนจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องมีปัญหายุ่งยาก  หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เราจะมาพูดถึงเทคนิคการหาเบี้ยประกันในราคาที่ย่อมเยาว์กันครับ
หลักๆเลย เราต้องทำใจก่อนว่า ของถูกและดีมีไม่มาก ฉนั้นเราต้องพิจารณาดีๆ เป็นไปได้เราดูก่อนประกันหมดซัก1เดือนถึง2เดือนกำลังดีครับ ค่อยๆเลือกค่อยๆหา ดูทั้งตัวแทนและบริษัทที่เราจะไปทำประกันด้วย หลักๆแล้วเราอาจจะขอใบเสนอราคาจากที่นู้นที่นี่มาเพื่อพิจารณาก่อน เราเปรียบเทียบได้อยู่แล้ว ยังไงเสียอำนาจการตัดาินใจอยู่ที่เรา อาจจะเสิร์ทหาในอินเตอร์เน็ต อ่านในกระทู้ต่างๆเพื่อเช็คชื่อเสียงและชื่อเสีย ของบริษัทที่เราได้ใบราคามา แต่การได้เบี้ยประกันในราคาถูกมา อยากให้พิจารณาว่าตรงตามความต้องการของเราหรือเปล่า เช่น ถ้าเราต้องการรถซ่อมห้าง ห้องสอบถามให้แน่ใจว่าเบี้ยนี้ซ่อมห้างได้จริงหรือเปล่าและเข้าห้างที่เราสะดวกได้จริงมั๊ย และ เบี้ยประกันที่เราได้ใบเสนอมามีค่าเสียหายส่วนแรกหน้าตารางกรมธรรม์หรือเปล่า เพราะเบี้ยประกันถูกได้ด้วยการติดค่าเสียหายส่วนนี้ก็มีครับ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้โดยตรงที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
จะทำไงได้บ้างหากเราต้องออกค่าจัดซ่อมก่อนหรือจัดซ่อมเอง
ทุกครั้งที่ทีการจัดซ่อม ไม่ว่าตัวเราหรือว่าอู่หรือศูนย์จะต้องมีการคุมราคาก่อน ว่าราคาเป้นที่พอใจทั้ง2ฝ่ายหรือไม่ระหว่างประกันกับผู้จัดซ่อม
หากเราสำรองออกไปก่อน หลังจากคุมราคาแล้ว และเราพอใจกับราคาที่ประกันเสนอให้เราก้จัดซ่อมได้เลยหรือหากผู้เอาประกันไม่ว่างไปตั้งเบิก ก้จะต้องใช้เอกสาร ดังต่อไปนี้ สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน    สำเนาใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่รถประกัน    หนังสือมอบอำนาจในการดำเนินการในกรณีที่ต้องการให้ผู้อื่นดำเนินการแทน    สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ    สำเนาทะเบียนรถคันที่ทำประกันรถยนต์     สำเนากรมธรรม์ในกรณีที่คู่กรณีเป็นรถ    ภาพถ่ายของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ    ภาพถ่ายขณะที่ซ่อม   ภาพถ่ายซากอะไหล่  และภาพถ่ายหลังจากที่ทำการซ่อมเสร็จเรียบร้อย  เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆเหล่าครบทั้งหมดแล้ว จากนั้นก็ให้ไปติดต่อที่สำนักงานหรือสาขาของบริษัทประกันภัยรถยนต์ ได้เลยค่ะ   
ในส่วนของช่วงระยะเวลาในการเบิกค่าใช้จ่ายคืนจากการบริษัทประกันภัยรถยนต์มีดังนี้  ในส่วนของค่าซ่อมหรือจ่ายคืนอู่นั้น  จะทำการจ่ายคืนภายในระยะเวลา 35 วัน   ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะทำการจ่ายคืนผู้เอาประกันหรือชื่อบุคคล และจะทำการจ่ายคืนภายในระยะเวลา 15 วันทำการ  ทั้งนี้ในกรณีในการจ่ายค่าซ่อมที่มีจำนวนเงินน้อยกว่า 5,000 บาท ทางผู้เอาประกันภัยรถยนต์หรือเจ้าของรถสามารถที่จะทำเบิกค่าซ่อมหรือค่าใช้จ่ายคืนเป็นเงินสดได้   หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อกลับได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ขอยกตัวอย่างเลยแล้วกันนะครับ สมมติว่าเราทำประกันชั้น1 แต่ตัวกันชนหน้ารถเรามีแผลอยู่แล้ว แผลนี้ประกันจะไม่คุ้มครองนะครับ จะจัดว่าเป็นความเสียหายก่อนความคุ้มครอง ถ้าอยากจะให้ประกันคุ้มครองให้เราจัดการซ่อมแผลนี้เองครับ แล้วเรียกให้ประกันเข้ามาถ่ายรูป เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราเคลียตัวเองมาแล้วนะ แต่ถ้าเผอิญเราดันไปเกิดเหตุชนท้ายเค้าขึ้นมาก่อนจะซ่อมล่ะ ประกันก็จะจัดซ่อมให้นะครับ แต่เค้าจะเก็บค่าส่วนร่วมซ่อม50%ของค่าซ่อมอะไหล่ชิ้นนี้ นะครับ ถ้าต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.S

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทำไมถึงต้อง..เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ Like
เชื่อหรือไม่ว่าการเช็คเบี้ยประกันภัยสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของเราได้  แต่ก็อย่างว่าจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์แต่ละครั้งน้ำตาแทบร่วงเพราะดูเหมือนว่ายิ่งต้องการความคุ้มครองมากเท่าไรเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็ยิ่งสูงขึ้น เชื่อเถอะว่าการเช็คเบี้ยประกันจะสามารถทำให้เพื่อนๆสามารถลดเบี้ยประกันและไม่จ่ายค่าเบี้ยประกันที่สูงมากจนเกินไป  ส่วนตัวกำหนดตัวแปรที่เราเองจะต้องมีและรู้  ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัย ได้แก่
 1.  ประเภทหรือชั้นของการประกันภัยรถยนต์ที่เราต้องการ  สำหรับชั้นหรือประเภทที่ 1 – 3 เราจะต้องสังเกตพฤติกรรมการใช้รถของเราเอง
      ว่าใช้มากน้อยแค่ไหน  โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุมีมากไหม
 2.  ให้ทำการระบุรวม พ.ร.บ. ในกรณีที่เราต้องการซื้อประกันภัยชั้นที่  1 - 3 พร้อม พ.ร.บ.
 3.  ให้ทำการระบุชื่อผู้ขับขี่   เนื่องจากประกันภัยประเภทที่ 1 สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่และอายุได้  ซึ่งตัวชื่อและอายุจะเป็นตัวกำหนดเบี้ยประกัน
      ภัย และที่สำคัญการทำเช่นนี้จะทำให้ค่าเบี้ยประกันถูกลง
 4.  ทุนประกันภัย หรือ วงเงินความคุ้มครองที่ทางบริษัทประกันภัยจะชดใช้ให้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยในทางปฏิบัติทางบริษัทประกันภัย
      รถยนต์จะเป็นผู้กำหนดทุนประกันภัยให้แก่รถแต่ละคัน   นอกจากนี้แล้วก็ยังมีชนิดรถยนต์อีกด้วย
 5.  การรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก คือวงเงินสูงสุดที่เราเองจะต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งขอแนะนำเพื่อนว่าให้กำหนดค่าเสีย
      หายส่วนแรกให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้  แต่ก็ไม่ควรเกิน 5,000 บาท สำหรับการทำประกันภัยประเภทที่ 1 เพราะเงินจำนวนนี้จะ
      สามารถนำไปเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยให้กับเราได้  และอีกหนึ่งสิ่งที่จะสามารถทำให้เบี้ยประกันลดลงได้ก็คือ ประวัติการประกันภัย
**ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเช็คเบี้ยประกันสามารถทำให้เราลดเบี้ยประกันให้น้อยลงได้  ตอนนี้เพื่อนๆก็คงจะรู้คำตอบแล้วว่า ทำไมถึงต้อง เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 ประกันภัยรถยนต์คืออะไร

     ประกันภัยรถยนต์มีไว้เพื่อบรรเทาความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยแบ่งความเสี่ยงไปที่บริษัทประกันภัยผู้รับประกันภัย โดยหลักความสำคัญโดยเนื้อของประกันภัยรถยนต์แล้วคือการคุ้มครองบุคคลภายนอก สังเกตได้จากความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกจะสูงกว่า ประกันจะร่วมผิดชอบกับผู้ขับขี่ ประกันมี2แบบ
1.   ประกันรถยนต์ภาคบังคับ  หรือหลายๆคนรู้จักกันดีนั้นก็คือ  พ.ร.บ. นั้นเอง  ซึ่งจะบังคับให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทที่ทำการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะต้องทำ  เพื่อที่จะได้ให้ความคุ้มครองในส่วนของตัวบุคคลที่ได้รับผลกระทบมาจากอุบัติเหตุ  โดยไม่ได้คำนึงว่าบุคคลที่ได้รับผลจากอุบัติเหตุจะเป็นฝ่ายถูหรือผิด  โดยอัตราดอกเบี้ยของ ประกัน พ.ร.บ. จะถูกกำหนดอัตราเบี้ยสูงสุดอัตราเดียวตามประเภทของรถ
2.   ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ  เป็นประกันภัยรถยนต์ที่เกิดขึ้นจากความสมัครใจของเจ้าของรถที่จะทำ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วประกันภัยภาคความสมัครใจจะให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งรถและผู้ประสบเหตุมากกว่าภาคบังคับ   แถมยังมีวงเงินคุ้มครองและสิทธิพิเศษอื่นๆมากกว่า  แต่ด้วยความที่ให้ความคุ้มครองมากก็จะทำให้การจ่ายเบี้ยประกันสูงเช่นกัน  ซึ่งในปัจจุบันประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมีประเภทมากมาย แต่แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ  ได้แก่
•   ประกันภัยประเภท 1 (ประกันภัยชั้น 1)
•   ประกันภัยประเภท 2 (ประกันภัยชั้น 2)
•   ประกันภัยประเภท 3 (ประกันภัยชั้น 3)
•   ประกันภัยประเภท 5 (ประกันภัยชั้น 2+, 3+)
           เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ว่าประกันรถยนต์มีประโยชน์ไม่น้อยเลย ทั้งช่วยคุ้มครองในส่วนของตัวเราเองและคู่กรณี รวมไปถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน  แต่อย่างไรก็ดีในการเลือกประกันรถยนต์ก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจ  ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดของเราเอง
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อโดยตรงได้ที่ Id Line : Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 ;D เลือกอู่ซ่อมอย่างไรให้ได้ช่างดีๆ
การเลือกอู่ซ่อมรถไม่ว่าจะศูนย์หรืออู่ทั่วไป ปัจจัยหลักคือ ช่างซ่อมรถ อู่บางอู่ที่เป็นอู่บ้านซ่อมเก่งกว่าช่างศูนย์ก็มี ดังนั้นหลายๆคนจึงมักเลือกอู่ซ่อมรถจากคำแนะนำ หรือการบอกต่อๆกันมาจากลูกค้าที่เคยใช้บริการซึ่งหากซ่อมดีแน่นอนว่าจะได้รับการแนะนำให้คนอื่นมาใช้บริการบ้าง นอกจากนี้บางคนยังดูถึงอัธยาศัยและความน่าไว้ใจของอู่นั้นๆ หากใครเคยท่องเน็ตอ่านกระทู้บ่อยๆ คงเคยเจอเรื่องที่ช่างศูนย์เอารถไปลองแล้วโดนชนแต่ศูนย์ไม่รับผิดชอบ ให้ไปร้องเอากับประกันคู่กรณีโดยที่ไม่ดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นให้ นั่นก็แสดงให้เห็นว่าจะอู่เล็ก อู่ใหญ่ ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินลูกค้าต้องเท่ากัน ดังนั้นหลายคนจึงมองถึงข้อนี้ด้วย  นอกจากนี้ยังมองถึงการบริการอื่นๆ เช่นรับส่งรถให้เพื่อความสะดวกของลูกค้า ราคาค่าแรงไม่แพงเกินเหตุ แจ้งก่อนซ่อมว่าจะเปลี่ยนอะไร ใช้อะไหล่แท้หรือเทียม แจ้งราคาให้ลูกค้าทราบก่อน ซ่อมทันกำหนดหนด
ดังนั้นหากอยากได้อู่ที่บริการดีๆ ก็ต้องมองจากภายนอกกันคร่าวๆก่อนเช่น มีรถมาจอดรถซ่อมเยอะไหม ถ้าเยอะก็แปลได้ว่ามีลูกค้าไว้ใจมาให้ซ่อม ต่อมาก็ลองเลียบๆเคียงเข้าไปสอบถามเช่นถ้าอันนี้เสียคิดค่าซ่อมเท่าไหร่ ค่าแรงค่าอะไหล่ยังไง เราสามารถสอบถามก่อนได้ ขอให้ประเมินราคาเพื่อที่เราจะได้ดูว่ามีช่างกี่คน รถที่มาซ่อมมีแบบไหนบ้าง ช่างเก่งด้านไหน อัธยาศัยเจ้าของอู่หรือช่างเป็นอย่างไรน่าไว้ใจแค่ไหน สิ่งเหล่านี้เราต้องลองสัมผัสด้วยตัวเอง หากท่านใด มีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 :)  โบรกเกอร์ประกันภัย คือใครและอะไรสงสัยกันไหม เชื่อว่าคงเคยได้ยินคำนี้กันมาบ้างวันนี้จะมาเฉลยให้ฟัง หากให้อธิบายง่ายๆ โบรกเกอร์ประกันภัย ก็คือตัวแทนของบริษัทประกันต่างๆนั่นเอง ไม่ว่าจะประกันชีวิต ประกันรถยนต์ ซึ่ง โบรกเกอร์ประกันภัย นั้นจะเป็นในรูปแบบบริษัท มีการจัดการที่เป็นระบบมากกว่าตัวแทนบุคคล และมีความหน้าเชื่อถือมากกว่า มีการจัดารที่เป็นระบบ และดูแลหลังการขาย เช่นเรื่องของการติดต่อเคลมประกัน มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลา และทีนี้เรามาดูกันว่า โบรกเกอร์ประกันภัย ที่น่าเชื่อถือเป็นอย่างไร และควรเลือกใช้บริการ โบรกเกอร์ประกันภัย แบบไหนบ้าง มีคร่าวๆประมาณนี้
1.ชื่อเสียงของบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัย ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก
2.บริษัทประกันที่ โบรกเกอร์ประกันภัย นั้นๆเป็นตัวแทนมีกี่บริษัทและครอบคลุมทุกการประกันหรือไม่ ซึ่งข้อนี้บางแห่งอาจเน้น ประกันรถ บางแห่งเน้นประกันสุขภาพก็มี
3.การให้ข้อมูลต่างๆละเอียดมากน้อยแค่ไหน และใส่ใจในลูกค้ามากแค่ไหน
4.การบริการในด้านอื่นๆเช่น การเคลม , การรับส่งเอกสาร , การแจ้งหรือการชำระเงินค่าเบี้ยมีหลายช่องทางหรือไม่ ,และมีพนักงานให้บริการผ่านช่องทางใดบ้าง
5.การให้สิทธิพิเศษ และส่วนลด ซึ่งในข้อนี้หากเป็น โบรกเกอร์ประกันภัย ที่มีพันธมิตรค่อนข้างเยอะ มีลูกค้าเยอะ ทางบริษัทประกันมักจะให้ส่วนลดมากกว่าที่อื่นๆ เพราะถือว่าส่งลูกค้าหรือทำยอดขายได้ดี ดังนั้นลูกค้าจะได้ส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษๆ ตามไปด้วย
6.ที่ตั้งสำนักงาน ส่วนใหญ่ โบรกเกอร์ประกันภัย จะมีสำนักงานที่ชัดเจน และมีเว็บไซด์เป็นช่องทางในการติดต่อหรือแจ้งข้อมูลข่าวสาร ซึ่งหาก โบรกเกอร์ประกันภัย รายไหนไม่มีออฟฟิศที่ชัดเจนไม่น่าเชื่อถือก็ไม่ควรเลือกใช้บริการ
หากมีข้อมูลสอบถามโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
      ว่าด้วยเรื่องของการ ยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
ในเรื่องของการขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และสามารถที่จะทำได้  หากทางผู้ทำประกันต้องการ  ซึ่งหลายๆคยไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน  แต่ก็มีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นที่อยากจะทำให้ผู้ซื้อประกันยกเลิกกรมธรรม์กับทางบริษัท  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องยกเลิกอย่างไร  แล้วหลังจากยกเลิกแล้วทางบริษัทจะจ่ายเบี้ยประกันคืนไหม  ในวันนี้เราจึงมีความรู้ในเรื่องของการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยมาฝากกัน
ในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันรถทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น  2  แบบ  คือ  การยกเลิกกรมธรรม์ และการยกเลิกกรมธรรม์แบบพิเศษ    ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.   การยกเลิกกรมธรรม์  ในการยกเลิกกรมธรรม์แบบทั่วไปนั้นจะแบ่งออกเป็น 2  กรณี  คือ 1) กรณีที่ทางบริษัทเป็นฝ่ายยกเลิกเอง  ทางบริษัทจะมีดารทำหนังสือแจ้งกับทางผู้ทำประกันรถไม่น้อยกว่า 15 วัน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัย จากนั้นก็จะทำการคืนเบี้ยประกันให้กับผู้เอาประกันภัย  ซึ่งจะมีการหักเบี้ยประกันภัยบางส่วนสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ได้มีการบังคับใช้มาแล้วออกตามส่วน   2) กรณีผู้เอาประกันเป็นฝ่ายบอกยกเลิกกรมธรรม์  หากเป็นในกรณีนี้ทางผู้เอาประกันจะต้องทำการแจ้งให้กับทางบริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงจะมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืนตามอัตรา โดยในการคืนเบี้ยประกันรถภัยที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยหยุดชำระเบี้ยประกันเองภายในระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์ เริ่มมีผลในการบังคับใช้ ก็จะถือว่าผู้เอาประกันภัยไม่ประสงค์ที่จะเอาประกันภัยอีกต่อไป   ส่วนในกรณีเป็นการประกันภัยแบบกลุ่มและมีการลดจำนวนรถยนต์ลดลง ทางบริษัทประกันรถก็จะทำการคืนเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยรายวัน
2.   การยกเลิกกรมธรรม์แบบพิเศษ  ในการยกเลิกแบบนี้จะเป็นในส่วนของกรณีที่ผู้เอาประกันหยุดใช้รถยนต์เป็นระยะเวลานาน อย่างเช่นในกรณีที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ เป็นระยะเวลานาน   หากเป็นเช่นนี้ทางผู้เอาประกันสามารถที่จะแจ้งขอหยุดการใช้รถยนต์กับบริษัทประกันภัยล่วงหน้า เพื่อขอรับเบี้ยประกันภัยคืนจากบริษัท โดยในการคืนเบี้ยประกันภัยจะคืนให้เฉลี่ยเป็นรายวันและจะไม่มีการคืนเบี้ยประกันภัยให้ในกรณีที่มีการหยุดใช้รถระหว่างการซ่อมแซม หรือ หยุดการใช้รถยนต์น้อยกว่า 30 วัน
นอกจากนี้แล้วเราก็ยังมีเรื่องของการโอน กรมธรรม์  สำหรับคนที่ซื้อรถต่อเจ้าของมาฝากกันค่ะ  โดยเมื่อไรที่ทางผู้เอาประกันรถยนต์ได้ทำการโอนรถยนต์ให้บุคคลอื่นแล้ว  ก็ถือว่าผู้รับโอนเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ที่มีอยู่ต่อไปตลอดตามอายุของกรมธรรม์ประกันภัยที่ยังเหลืออยู่   แต่ในกรณีที่ทางเจ้าของรถทำประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่  ผู้เอาประกันภัยจะต้องทำหารแจ้งการเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ขับขี่ให้บริษัทประกันรถ ปลอดภัยทราบ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลดังกล่าวมาปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยตามสภาพ ความเสี่ยงภัยที่มีการเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นทางผู้เอาประกันอาจจะต้องรับผิดชอบในส่วนของความเสียหายส่วนแรกเอง ตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ปรากฏและรถบุเอาไว้ในกรมธรรม์
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เรื่องของการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนั้นสามารถทำได้  แต่อาจจะทำให้ได้รับเบี้ยประกันคืนทั้งหมด เพราะจะต้องมีการหักค่าใช้จ่ายบางส่วนในตามระยะเวลาที่ทางบริษัทให้ความคุ้มครอง  แต่อย่างไรก็ดีหากเป็นไปได้ก่อนที่จะติดสินใจเลือกซื้อประกันรถก็ควรศึกษาให้ดีก่อน เพราะเมื่อซื้อไปแล้วอาจจะต้องมีการยกเลิกทั้งนี้อาจจะส่งผลทำให้เสียทั้งเวลาและเงินค่าเบี้ยประกันอีกด้วย
ติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่ Id Line : enemygod

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ขั้นตอนการเคลมประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 กรณีน้ำท่วม 01 Good
ในช่วงที่รถถูกน้ำท่วมอยู่นั้นให้เราเก็บรูปบางส่วนเอาไว้ก่อน  เพราะอาจจะต้องได้ใช้ก็ได้   จากนั้นเมื่อน้ำลดลงอยู่ในสภาวะปกติแล้วก็ให้โทรเรียกบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เราทำประกันเอาไว้มาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ หรือหากเป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ทั้งสองฝ่ายอาจจะนัดเจอที่อู่ที่จะนำเข้าไปซ่อมก็ได้ เมื่อทางบริษัทประกันภัยรถยนต์รับทราบความเสียหายแล้วก็จะให้ใบเคลมเรียบร้อย  เมื่อได้ใบเคลมรถเราก็จะนำไปซ่อมแซมตามเห็นสมควร โดยเราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ตามสมควร  โดยหลังจากที่รถซ่อมเสร็จนำกลับมาใช้ หากพบว่าเกิดปัญหา ที่น่าจะจากน้ำท่วมก็สามารถแจ้งอู่หรือประกันได้ทันที เพื่อเคลมความเสียหายต่อเนื่อง แต่ทางที่ดีในการเข้าอู่ควรจะเข้าอู่กลาง เนื่องจากจะได้รับความสะดวก  ส่วนใครที่กำลังกังวลกับเรื่องรถจมน้ำนั้น ว่าน้ำท่วมแบบนี้ประกันจะคุ้มครองและรับผิดชอบรถเราหรือไม่  ก็ไม่ต้องกังวลและเลิกกังวลกับเรื่องนี้ได้แล้วนะค่ะ  เพราะหากเกิดกรณีนี้ขึ้นจริงๆทางบริษัทประกันภัยรถยนต์จะให้ความคุ้มครองอย่างแน่นอน  แต่ทั้งนี้ก็อาจจะต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และหลักเกณฑ์การพิจารณาของทางบริษัทด้วยเช่นกัน   หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่
Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 ;) วิธีเลือกบริษัทประกันภัยรถยนต์  วันนี้มีผมมีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยมาฝากครับ
 
  :15 Like: โดยหลักการเบื้อต้น คือ จะต้องเลือกบริษัทที่มีความหน้าเชื่อถือ มีความมั่นคงทางด้านการเงิน  มีเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับการให้ความคุ้มครอง  มีการอู่หรือศูนย์บริการที่ให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศและได้มาตรฐานการให้บริการ  มีขั้นตอนการดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว  มีการตรวจสอบอุบัติเหตุที่รวดเร็ว  เอาใจใส่ในการให้บริการต่างๆ  ผู้ขายหรือผู้แทนสามารถที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประกันที่ถูกต้องให้เราได้   หากมีครบก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยในการตัดสินใจกับการซื้อประกันกับบริษัทนั้นได้แล้ว  ส่วนต่อไปก็คงจะต้องมาดูว่าบริษัทไหนมีข้อดีอะไรบ้าง  สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของรถอย่างคุณเอง
หากท่านใดสนใจหรือสอบถามเรื่องประกันติดต่อได้ที่
Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
วิธีลดค่าเบี้ยประกัน

รถ  จัดว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของทุกคนต้องรักและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี    รถก็เหมือนกับคนเราไม่รู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเมื่อไร  ดังนั้นการทำประกันภัยรถยนต์จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ควรจะทำ ก็เหมือนกับเราทำประกันสุขภาพให้กับคนที่เรารัก แต่ดูเหมือนว่าการทำประกันแต่ละครั้งค่าเบี้ยประกันก็แพงจะแสนแพงซะเหลือเกิน  แต่อย่าพึ่งกังวลใจไป เพราะเบี้ยประกันภัยรถยนต์สามารถที่จะทำการลดเบี้ยประกันให้น้อยลงได้  ซึ่งวิธีที่จะทำให้คนมีรถอย่างเราจ่ายเบี้ยประกันถูกลงนั้น  สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
•   ระบุชื่อและอายุของคนขับ  โดยการระบุชื่อของคนขับ  จัดว่าเป็นการช่วยลดภาวะความคุ้มครองให้กับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์  เนื่องจากทางบริษัทจะทำการรับผิดชอบความเสียหายกับผู้ขับขี่ที่แจ้งเอาไว้ในประกันเท่านั้น    โดยในการระบุชื่อผู้ขับขี่นั้นสามารถทำการระบุได้สูงสุด 2 คน  ส่วนในเรื่องของอายุก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถช่วยทำให้เบี้ยประกันลดลงได้  ยิ่งอายุมาเท่าไรก็สามารถช่วยลดเบี้ยประกันได้มากขึ้นเท่านั้น    อย่างเช่นในกรณีที่ระบุชื่อผู้ขับขี่  แล้วผู้ขับขี่มีอายุ 26 ปี และ 30 ปี  ก็จะได้รับส่วนลดอยู่ที่  10%  เป็นต้น
•   ยอมซื้อค่าเสียหายส่วนแรก   หากเจ้าของรถมั่นใจว่ารถจะไม่ได้เคลมอะไรมากมายนัก  ก็อาจจะทำการซื้อค่าเสียหายส่วนแรก  เนื่องจากการทำเช่นนี้จะทำให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เราซื้อลดเบี้ยประกันให้กับเรา    แต่ค่าเสียหายของแต่ละบริษัทนั้นจะไม่เท่ากัน  แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ระหว่าง 1,000 – 5,000 บาท  ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นจำนวนเงินที่เราเองจะต้องเป็นคนจ่ายให้คู่กรณีสำหรับการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง
•   มีประวัติการขับรถที่ดี  หากเราเป็นนักขับรถที่ดี  ไม่ขับรถหวาดกลับหรือเกิดอุบัติเหตุ  โดยเฉพาะในปีแรกไม่มีการเคลม  ก็อาจจะทำให้ทางบริษัทมีการลดเบี้ยประกันให้  เนื่องจากทางบริษัทมั่นใจในตัวคุณเองว่าจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  จะมีก็แต่ว่าในกรณีที่เราเองเป็นผู้เสียหาย ก็จะมีการลดดอกเบี้ยลงตามขั้นๆ  อย่างเช่น  ขับรถดี  ไม่มีประวัติในการเคลมในปีแรก รับส่วนลด 20% ในปีต่อไป  เป็นต้น  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางบริษัทที่จะลดให้กับเรา
•   ลดความคุ้มครอง ลดทุนประกัน   โดยทั่วไปแล้วเมื่อรถเก่าขึ้นทุนประกันก็จะน้อยลง  ส่งผลให้เบี้ยประกันถูกตามไปด้วย  ทั้งนี้เราสามารถที่จะคุยกับทางตัวแทนของบริษัทได้  แต่ทั้งนี้ก็หมายความว่าในเรื่องของความคุ้มครองก็จะลดตามไปด้วย  ดังนั้นก่อนตัดสินใจของลดให้พิจารณาให้ดีเสียก่อน
สรุปได้ว่า การลดเบี้ยประกันให้น้อยลงนั้นสามารถทำได้ด้วยการ ระบุชื่อ อายุของผู้ขับขี่  การมีประวัติที่ดีในการขับรถ  การซื้อค่าเสียหายส่วนแรก  และ การลดทุนประกัน  แต่อย่างไรก็ควรพิจารณาอย่างอื่นร่วมด้วย อย่างเช่น  การให้บริการ  จำนวนอู่ซ่อมและคุณภาพในการซ่อม    ความน่าเชื่อถือ  การให้บริการ  ฯลฯ  มาเป็นส่วนประกอบด้วยเช่นกัน  เพื่อที่เราเองจะได้มีประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่าและคุ้มครองเราได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น
ติดต่อโดยตรงผมได้ที่ Id Line :Dissadol.s

Tags: