ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/RevoClubThailand/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ RevoClubThailand.Net พร้อมหมายเลข RCT ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: Easy Insure ให้การทำประกันภัยเป็นเรื่องง่ายๆ ด้วยเบี้ยพิเศษจากหลายบ.ประกันภัย  (อ่าน 10943 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ easyinsureonline

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 9158
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อีซี่
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
เราพร้อมนำเสนอ list เบี้ยแสนถูก พิเศษสำหรับ
ลูกค้า Revo Club Thailand เท่านั้น
ให้เลือกสรรมากมายผ่อนสบายๆ พร้อมของแถมสุดพิเศษ
เช็คเบี้ยได้เลย http://www.easyinsure.co.th

หรือคลิกดูรายเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับของแถมได้ที่นี่
https://www.easyinsure.co.th/Revo-Club

          สิทธิประโยชน์เมื่อทำประกันภัยกับ อีซี่ อินชัวร์
      1.   ฟรี! รถใช้ระหว่างซ่อม หรือ ฟรี! ค่าแท็กซี่ระหว่างซ่อมสูงสุด 3,000 บาท / ปี
      2.   โทรปรึกษาฟรี 24 ชม. (Claim Care Center 24 Hr.)
      3.   บริการ Messenger รับ-ส่งเอกสาร หรือเก็บเงิน ถึงมือคุณ
      4.   ผ่อนสบาย ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้ 0%
      5.   ของแถมสุดพิเศษ
      6.   บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ฟรี!

          ช่องทางการชำระที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าคนพิเศษ
      1.   ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่ 7-11 ทุกสาขา
      2.   ชำระผ่าน Internet Banking
      3.   ชำระผ่าน Application ของธนาคารกสิกร
      4.   ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
      5.   ชำระกับบัตรเครดิต

:) สนใจติดต่อสอบถามได้เลยนะคะ :)
ขอบคุณที่ไว้วางใจให้ อีซี่ อินชัวร์ ได้ดูแลคุณ
บริษัท อีซี่ อินชัวร์ โบรกเกอร์ จำกัด
...ดูแลด้วยใจ ประกันภัย ง่ายนิดเดียว...

 
C:-) :emo_051: :emo_102: :) :D :emo_090:



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มี.ค. 2016, 17:39:01 โดย easyinsureonline »


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ RevoClubThailand.Net พร้อมหมายเลข RCT ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ รับจองทะเบียนรถยนต์899

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 10716
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆมาเล่าสู่กันฟังนะครับ  เรื่องการแจ้งเคลมอย่างไรถึงจะไม่โดนเรียกเก็บค่า Excess และ การเรียกเก็บค่า Excess ของประกันพิจราณาจากอะไรบ้าง ในกรณีรถที่ทำประกันภัยไว้เป็นประเภท 1 จอดรถไว้หน้าบ้านดันมีมอเตอร์มาเฉี่ยวแล้วหลบหนีซึ่งถ้าเราแจ้งกับทางประกันไปว่าถูกรถเฉี่ยวแต่ระบุอะไรชัดเจนไม่ได้ ตรงนี้ทางประกันจะเรียกเก็บค่า Exsess กับเราแน่นอน 1,000 ต่อหนึ่งเหตุการณ์เพราะเงื่อนไขของทางประกันที่ คปภ ได้ระบุไว้คือ บาดแผลของตัวรถต้องชัดเจน ถึงขัด บุบ แตก หัก และเราต้องระบุคู่กรณีได้อย่างชัดเจน เช่น เสาต้นนั้น หรือฟุตบาทตรงนี้ ในกรณีที่เราขับรถไปชนเอง เช่น ชนกระถางหรือชนเสา คู่กรณีในเหตุการณ์นี้ก็คือตัวเราเองกับเสา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเสียค่า Excess สรุปง่ายๆนะครับ " การแจ้งเคลมที่เราจะไม่เสียค่า Exsese แบบ 100 เปอร์เซ็น คือ ระบุคู่กรณีได้อย่างชัดเจน และบาดแผล บุบ แตก หัก " หากท่านใดมีข้อสงสัย หรืออยากปรึกษาเพิ่มเติมในเชิงลึก
ติดต่อเข้ามาสอบถามผมได้ที่ Line ID nucha-am 
หรือโพสสอบถามเข้ามาได้ครับพร้อมให้คำปรึกษา.  C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เราจะต่อประกันล่วงหน้ากันนานแค่ไหนหรือช้าสุดเมื่อไหร่มาดูกันครับ

โดยปกติแล้วประกันรถยนต์สามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน3เดือนครับทั้งภาคบังคับ(พรบ)และภาคสมัครใจ(ประกันชั้น1,2,2+,3,3+) โดยในประกันภาคสมัครใจจะมีส่วนของส่วนลดประวัติอยู่ สมมติว่าประกันหมดวันที่30/11แต่เราจะต่อประกันในวันที่15/9เราไม่มีเคลมได้ส่วนลดประวัติดีมีส่วนลด แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันไปชนท้ายคู่กรณีเป็นเราฝ่ายผิดจะเสียประวัติ ถึงแม้เราจะทำการต่อไปประกันไปแล้วก็ตามเบี้ยประกันเราจะโดนปรับขึ้นโดยประกันจะเรียกเก็บเพิ่มภายหลังเพื่อให้เกิดความคุ้มครองต่อเนื่องในวันที่30/11 ฉนั้นการต่อล่วงหน้าก็ดีแต่เราต้องยอมรับในส่วนเบี้ยปรับด้วยในกรณีที่เกิดเหตุเป็นฝ่ายผิด แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะมีผลกับการที่เราต่อประกันที่เดิมหากย้ายบริษัทประกันก็ไม่มีผล(เว้นแต่มีการโอนย้ายประวัติจากประกันเดิมซึ่งมีไม่กี่ที่)

มาถึงการต่อประกันระยะประชิดบ้างว่าเป็นยังไง
โดยตามหลักการแล้วการต่อประกันสามารถทำได้ในวันที่หมดความคุ้มครองได้เช่นกัน เพียงแต่ ต้องส่งหลักฐานและผ่านการถ่ายรูปรถให้เสร็จภายใน 16.30(ประกันหมดเวลานี้) และที่สำคัญคือต้องชำระเงินก่อนคุ้มครองซึงเป็นกฎของทาง คปภ. แล้วเราทำคุ้มครองวันนี้วันที่หมดประกันประกันคุ้มครองจริงหรือแล้วเอกสารจะได้เมื่อไหร่ ถ้าเป็นพรบ.ออกได้เลย ณ ตอนนั้น ส่วนประกันชั้น 2,2+,3,3+ บางบริษัทประกันก็ให้ออกได้เลย บางที่ก็จะใช้เวลาแต่ก็ไม่เกิน7วันทำการ(วันหยุดไม่นับนะครับ) ส่วนประกันชั้น1ตามกฎของคปภ.แล้วให้ใช้เวลาได้10-30วัน(ส่วนใหญ่จะประมาณ15วันทำการ) ส่วนในระยะเวลาที่เอกสารยังไม่ออกก็สามารถแจ้งเหตุได้โดยแจ้งเลขทะเบียนรถได้(แต่จะจัดซ่อมต้องรอกรมธรรม์ จัดซ่อมได้แน่นอนถ้าทำตามเงื่อนไขต้น)

เรายังมีความรู้เกี่ยวกับประกันอีกมายติดตามกันได้ครับ หรือสอบถามเพิ่มเติมส่วนตัวผมได้ ผมนุครับ C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
**หากคุณทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1  แล้วจู่ๆฝาครอบกระจกและฝาครอบล้ออุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆของรถหล่นหาย จะเคลมได้ไหม?? ทั้งนี้ แม้ว่าคุณจะทำประกันประเภท 1 ก็ตาม ซึ่งมีความคุ้มครองแบบครบถ้วนแต่ก็ใช่ว่าประกันจะรับผิดชอบทุกเหตุการณ์เสมอไป เช่นกรณีที่อุปกรณ์ส่วนควบตัวรถหรืออุปกรณ์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานหรืออุปกรณ์ตกแต่งที่ติดตั้งเพิ่มเติมมาแล้ว และแจ้งให้ประกันรับทราบ ได้เกิดตกหล่น สูญหาย โดยที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ หรือหาที่มาของเหตุการณ์ของการสูญหายไม่ได้ ประกันมีสิทธิ์ที่จะเรียกเก็บค่า Excess 1,000 บาทต่อหนึ่งเหตุการณ์ ดังนั้นหากไม่ต้องการเสียค่า**Excess**ผู้เอาประกันจะต้องระบุเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนหรือหาที่มาของความเสียหายนั้นได้ เท่านี้ท่านก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องค่าใช่จ่ายที่เพิ่มขึ้น หากท่านใดมีข้อสงสัยต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่  Line ID:Nucha-am

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ท่านรู้หรือไม่ว่า...... ;D

             การที่ประกันภัยของท่านมีความคุ้มต่อต่อการที่ถูกน้ำท่วม  ไม่ได้แปลว่าท่านจะสามารถขับฝ่าหรือลุยน้ำในพื้นที่ๆมีน้ำท่วมขังได้ เพราะประกันจะมองว่าคุณจงใจและประมาท ประกันสามารถไม่คุ้มครองในความเสียๆในครั้งนั้นๆได้ ซึ่งมันจะต่างกับถ้าวันหนึ่งท่านขับรถไปโดยไม่ทราบมาก่อนว่าทางข้างหน้านั้นจะมีน้ำท่วมขังแล้วพอท่านถึงจุดนั้นแล้วท่านไม่สามารถกลับหรือถอยรถได้อย่างนั้นจึงจะสามารถเคลมโดยที่ประกันภัยไม่สามารถบอกปัดความคุ้มครองในส่วนตรงนี้ได้  และถ้าในกรณีที่รถเสียจากการเกิดน้ำท่วมขับเคลื่อนไม่ได้จำเป็นต้องใช้บริการรถลากจูง ค่ารถลากจูงของเรานั้นจะคิดจาก 20 เปอร์เซ็นของค่าจัดซ่อม ขึ้นอยู่กลับประกันแต่ละที่ว่าจะมีบริการลากฟรีได้กี่กิโลและเกินกว่านั้นจะมีค่าใช้จ่า "ถ้ามี" เค้าก็จะคิดจาก 20 เปอร์เซ็นกับค่าจัดซ่อมรถของเรา หรือหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมกรณีเกิดเหตุอื่นๆ โทรสอบถามผมโดยตรงได้ที่ 02-8019088 ยินดีแบ่งปันความรู้ครับ   

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อผมได้ต่อตรงที่ Line ID: nucha-am
อนุชา ยินดีให้บริการครับ
C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เมื่อรถอายุเกิน7ปีเราจะทำประกันแบบไหนกันดี :-X

อันดับแรกเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าโดยหลักปกติของประกันภัยชั้น1สามารถรับประกันรถอยู่ที่7ปี แต่ ไม่ได้หมายความเราจะทำประกันภัยชั้น1ได้แค่7ปีนะครับ มีหลายบริษัทประกันที่อนุโลมรับประกันรถชั้น1ได้ถึง10ปี แต่ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำได้เต็มที่แค่10ปีอีกเช่นกัน เพราะยังมีบางที่รับได้ถึง12และ15ปี หากเกินกว่านี้ขึ้นอยู่กับดุลย์พินิจประกันครับว่าจะรับต่อชั้น1ต่อหรือไม่

แล้วถ้าเราไม่ทำชั้น1ล่ะจะได้มั๊ย ถ้าไม่ทำชั้น1ทำแบบไหนดี
อย่างที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าประกันชั้น1คุ้มครองทุกกรณีไม่ว่าจะชนสิ่งอื่นใดที่ไม่ใช่รถ รถหาย ไฟไหม้ก็คุ้มครองครับ ถ้าไม่ทำชั้น1ทำชั้นไหนได้บ้าง ชั้น2เดียวนี้ไม่ค่อยมีที่ไหนขายแล้วผมขอพูดถึง2+เลยแล้วกัน 2+คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถชนรถโดนซ่อมทั้งรถเราและคู่กรณี และรถหายไฟไหม้ ชนอย่างอื่นเช่น เสา กระถาง คน เสาไฟฟ้าไม่ค้มครองรถเรานะครับ ส่วน3+ จะคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถชนรถเท่านั้นซ่อมรถเราและคู่กรณีเช่นกัน 3ธรรมดา จะคุ้มครองเฉพาะคู่กรณี รถเราเราซ่อมเองนะครับ มีคำถามที่ว่าถ้าเป็น2+,3+,3ธรรมดาชนร้านก๋วยเตี๋ยวจะคุ้มครองอะไรมั๊ย คำตอบคือคุ้มครองครับ แต่ คุ้มครองเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยวนะครับ รถเราไปชนสิ่งอื่นใดที่ไม่ใช่รถยนต์เราต้องซ่อมเอง เพราะประกันเค้าจะมีความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกอยู่

การเลือกทำประกันนั้นขึ้นอยู่กับงบประมาณของเราและการใช้งาน โดยที่เราต้องทำความเข้าใจถึงสิทธิที่เราได้รับจากประกันด้วย หากมีข้อมูลส่วนไหนอยากสอบถามเพิ่มเติมติดต่อส่วนตัวผมได้ที่ LINE ID : nucha-am ยินดีให้คำปรึกษา. C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รถยนต์เสีย...จากน้ำท่วม แบบนี้ประกันจะคุ้มครองไหม? วันนี้ผมมีคำตอบมาฝาก ครับ
จริงๆแล้วแม้หน้าตารางกรมธรรม์จะไม่มีระบุไว้ว่าน้ำท่วมประกันจะคุ้มครองไหม ทั้งนี้ หากท่าน
ทำประกันประเภท 1 ไว้ ยังไงก้คุ้มครอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องพิจาณาจาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริง ดังต่อไปนี้ 1.เสียหายโดยสิ้นเชิง หมายถึง รถที่ไม่สามารถจัดซ่อมให้กลับมาใช้งานหรือสภาพเดิมได้หรือเสียหายเกิน70%ขึ้นไป  2.เสียหายโดยไม่สิ้นเชิง หมายถึง รถที่มีความเสียหายน้อยกว่า70% หรือ สามารถซ่อมให้เหมือนสถาพเดิมได้
**หากรถท่านเสียหายเกิน80%ประกันอาจจะมีการคืนทุนประกันให้กับลูกค้าและหากประกันปฏิเสธที่จะคุ้มครองเรื่องน้ำท่วมนั้นและอ้างว่าไม่มีระบุหน้าตารางกรมธรรม์นั้นสามารถฟ้องร้องได้ครับและประกันไม่คุ้มครองกรณีที่ท่านจงใจขับลุยน้ำครับ สงสัยเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ Line ID:Nucha-am

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ผมมีประสบการณ์อยากจะแชร์ให้กับทุกท่านได้ฟัง เผื่อบางท่านยังไม่ทราบ  :)

    มีคุณป้าคนหนึ่งซื้อประกันภัยรถยนต์ไว้เป็นประเภท 1 ซ่อมห้าง (ใช้ส่วนบุคคล)
วันหนึ่ง...ลูกชายคุณป้าเค้ารถเสียอยู่ที่หน้าปากซอยทางเข้าบ้านจึงได้โทรให้คุณป้านำรถออกมาลากกลับบ้านเนื่องจากอยู่ไม่ไกลนักคุณป้าจึงรีบขับรถออกไปและทำการลากจูงรถของลูกชาย ระหว่างทางมีหมาตัดหน้าคุณป้าแกตกใจจึงได้หักหลบแล้วรถเสียหลักชนกับต้นไม้ข้างทางความเสียหายของตัวรถคุณป้านั้นด้านหน้าบุบแตกหักและมีคู่กรณีชัดเจนคือต้นไม้ คำถามคือ ประกันจะคุ้มครองรถคุณป้าท่านนี้หรือไม่?

คำตอบ  ประกันไม่คุ้มครองนะครับเนื่องจากคุณป้าซื้อประกันเป็นใช้ส่วนบุคคล มิใช่ ใช้ในเชิงพาณิชณ์ คือพูดง่ายๆและเห็นภาพคือถ้าคุณป้าไม่ได้ทำการลากจูงรถลูกมาด้วยประกันคุ้มครองครับ แต่นี่คุณป้าใช้ในการลากจูงระหว่างเกิดเหตุประกันจึงตีเป็นว่าคุณป้าท่านนี้ใช้รถผิดประเภทจากส่วนบุคคลเป็นในเชิงพาณิชณ์.

       เรื่องนี้ผมอยากเอามาแชร์เนื่องจากบางท่านคิดว่าฉันมีประกันภัยชั้นหนึ่งไม่ว่ายังไงฉันต้องเคลมได้  จึงอยากให้ทุกท่านอ่านดูเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้เข้าใจ อย่าประมาทและชะล่าใจต้องมีความเข้าใจกับกรมธรรม์ตัวนั้นๆด้วยเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง.

หากสงสัยอะไรเพิ่มเติมติดต่อสอบถามผมได้ที่ Line ID:nucha-am  C:-) 
พร้อมให้คำปรึกษาครับ.
C:-)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 ส.ค. 2016, 18:21:56 โดย EasyCare »

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง "ค่าความเสียหายส่วนแรก"  :emo_051:

         ค่าความเสียหายส่วนแรกคิดเรียกเก็บจากอะไร ? ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับมันก่อน ค่าความเสียหายส่วนแรกเกิดขึ้นได้ก็เพราะเป็นความต้องการของตัวของท่านเองซึ่งก่อนท่านซื้อประภัยนั้นปกติเบี้ยประกันปีนั้นคือ 25,000 บาทแต่ท่านคิดว่าตัวเองนั้นขับรถดีและอยากให้ตัวเบี้ยมันลดลงมาอีกจึงของซื้อประกันเป็นแบบมีระบุค่าความเสียหายส่วนแรกหน้าตรารางกรมธรรม 5,000 บาท ทางประกันก็จะลดค่าเบี้ยลงให้ท่านจากเดิม 25,000 บาท เหลือ 20,000 บาท ทุกท่านคงคิดว่ามันถูกลงมากใช่มั้ยครับ  แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าทุกครั้งที่เราเกิดเหตุในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิดแล้วเราต้องการที่จะเคลมความเสียหายต่อตัวรถของท่าน ท่านต้องเสียค่าความเสียหายส่วนแรก 5,000 ตามตรารางกรมธรรมที่ระบุไว้ แต่ส่วนความเสียหายต่อบุคคลภายนอกหรือคู่กรณีนั้นประกันภัยคุ้มครองปกติ สมมุตินะครับ " สมชายซื้อประกันประเภท 1 แบบ ระบุความเสียหายส่วนแรกไว้ 5,000 บาท เช้าวันหนึ่งสมชายกำลังขับรถออกไปทำงานได้มีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถสมชายจึงหักหลบรถเกิดเสียหลักไปชนกับรถคู่กรณีที่จอดอยู่ข้างทาง ด้านข้างของรถคู่กรณีเป็นรอยครูดทั้งแถบแต่ส่วนรถของสมชายนั้นแทบไม่เป็นอะไร สมชายโทรแจ้งประกันประกันรับผิดชอบรถคู่กรณีเสร็จหัดมาถามสมชายว่าคุณต้องการซ่อมรถคุณมั้ย สมชายเห็นว่าความเสียหายของตัวรถตัวเองนั้นมันแค่เล็กน้อยถ้าไปซ่อมที่อู่เพื่อนกันน่าจะแค่พันสองพัน สมชายจึงบอกปฏิเสฐไปว่าของซ่อมเอง เนื่องจากถ้าให้ประกันซ่อมให้สมชายต้องเสียค่าความเสียหายส่วนแรกแน่ๆอยู่แล้ว 5,000 บาทจึงเลือกซ่อมเอง จากเหตุการณ์นี้สมชายไม่ต้องถูกเรียกเสียค่าความเสียหายส่วนแรก" หลายคนอาจมองว่าเกิดเหตุทีจะต้องเสีย5,000บาท จริงๆไม่ใช่นะครับ ลองหยิบกรมธรรมของเราขึ้นมาอ่านและศึกษาดูนะครับ เพราะมันยังมีการเรียกเก็บปลีกย่อยของทางประกันภัยอีกซึ่งก่อนซื้อนั้นเค้าได้ระบุในสัญญาอยู่แล้ว นอกจากค่าความเสียหายส่วนแรก มันยังมี Excess และค่าส่วนร่วมในการจัดซ่อมอีกนะครับ ไว้วันหลังผมจะมาพูดถึงเรื่องเงื่อนไข 4 ก.ให้ได้เข้าใจกันอีกครั้งนะครับ

หากท่านใดมีข้อสงสัยและอยากทราบรายละเอียดเชิงลึก และมีคำถาม สามารถติดต่อผมได้โดยตรงที่ LINE ID:nucha-am  ผมอนุชา พร้อมบริการครับ C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
วันนี้เราจะมาอธิบายเรื่อง โบรกเกอร์ประกันภัยคืออะไร :)

โบรกเกอร์คือนายหน้าหรือตัวแทนของบริษัทประกันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัย จะมีลักษณะแบบบริษัทที่มีการบริหารงานเป็นรูปแบบมากกว่าบุคคล มีบริการหลังการขาย เช่นการติดต่อเคลมประกัน ในปัจจุบันมีการซื้อขายประกันแบบออนไลน์ เราควรเลือกโบรกเกอร์ไหน โบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ควรดูจาก

1. ชื่อเสียงของโบรกเกอร์ ซึ่งในปัจจุบันตรวจสอบไม่ยาก

2. โบรกเกอร์นั้นเป็นตัวแทนอยู่กี่บริษัท ครอบคลุมการทำประกันประเภทไหน บางที่เน้นเฉพาะประกันสุขภาพก็มี

3. การให้ข้อมูลลูกค้า การดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ตรงนี้สามารถดูได้จากการพูดคุยกัน

4. บริการด้านอื่นๆ เช่น การเคลม การรับส่งเอกสาร ช่องทางการชำระเงิน

5. สิทธิพิเศษต่างๆ โปรโมชั่น ส่วนลดและค่าเบี้ยต่างๆ เพราะหากเป็นตัวแทนที่ส่งงานบริษัทประกันเยอะการที่จะมีส่วนลดหรือโปรโมชั่นต่างๆจากประกัน ก็เป็นเรื่องะรรมดา

6. สำนักงานใหญ่ การมีที่ตั้งชัดเจน เว็บไซด์ที่เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร ก็เป็น1ในเครื่องยืนยันความน่าเชื่อถือของตัวบริษัทโบรกเกอร์เช่นกัน

easyinsure broker เองก็เป็นบริษัทโบรกเกอร์ประกันที่อยู่ในวงการมานานับสิบปี มีรางวัลการันตีจาก คปภ. ถึง5สมัย ตัวโบรกเกอร์เราเองก็มีการดูแลหลังการขาย เช่น การแจ้งเหตุ ให้คำปรึกษาเคลม 24ชม. การผ่อนชำระโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต รถใช้ระหว่างซ่อม และโปรโมชั่นอื่นๆ หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม ติดต่อผมโดยตรงได้ที่ ID LINE :nucha-am C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
**เคยสงสัยกันไหมว่า ประกันชั้น 2  กับ  2+ คืออะไรและแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประกันรถทั้งสองอย่างนี้กัน ซึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจและข้อแตกต่างคร่าวๆจะมีดังนี้ :emo_090:
ประกันชั้น 2:คุ้มครองคู่กรณี ทรัพย์สิน,บุคคลตัวรถคันเอาประกันนั้นคุ้มครองสูญหาย,ไฟไหม้แต่จะไม่คุ้มครองคันเอาประกันภัยกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุแล้วเป็นฝ่ายผิด  ส่วนเรื่องความคุ้มครองของคนในรถนั้นจะคุ้มครองปกติไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันชั้น2+:ความคุ้มครองไม่ต่างจากประกันประกันชั้น2 แถมยังคุ้มครองคันเอาประกันภัยที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเป็นฝ่ายผิดในกรณีรถชนรถและมีคู่กรณีอยู่ที่เกิดเหตุ แต่ประกันชั้น2+ นั้นบางประกันอาจจะมีค่าเสียหายส่วนแรก2,000บาทที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเป็นฝ่ายผิดแต่ทางประกันจะยอมลดเบี้ยให้
**ดังนั้น ประกันชั้น2+จะต่างจากประกันชั้น2 ที่มีความคุ้มครองคันเอาประกันภัยที่เกิดจากรถชนรถและมีคู่กรณีอยู่ที่เกิดเหตุด้วยครับ หากท่านใดมีข้อสงสัยสอบถามได้ฟรีที่ Line:nucha-am C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
วันนี้จะมาแนะนำเรื่องการต่ออายุประกันภัยให้กับทุกท่านได้ฟังกันนะครับ โดยปกติแล้วการที่เราทำประกันในปีนั้นๆ ถ้าเราไม่มีเคลมเลยเบี้ยประกันของเราในปีต่อจะถูกลดหย่อนลงด้วยเหตุเรามีประวัติดี ซึ่งบางที่อาจจะลดให้ 20%-30% แล้วแต่บริษัทประกันภัยแต่ละที่
แต่เดี่ยวนี้บางครั้งที่เราตัดสินใจที่จะเปลี่ยนบริษัทประกันส่วนใหญ่ทางบริษัทประกันนั้นๆจะมีส่วนรถประวัติดีให้กับเราเลย 20% เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับลูกค้าใหม่ๆ  อย่างไรก็ตามการจะเลือกใช้บริการกับประกันแต่ละบริษัทนั้นควรจะศึกษาในตัวของกรรมธรรม์ให้ครบถ้วนและการบริการของแต่ละบริษัทอย่าพิจราณาจากแค่ตัวเบี้ยที่มันถูก บางครั้งการที่เราจะต้องเข้าเคลมในแต่ละครั้งอาจจะต้องมานั่งทะเลาะกับประกันตอนหลังก็เป็นได้

หากต้องการคำปรึกษาหรือแนะนำเกี่ยวกับตัวประกันหรือเงื่อนไขของกรมธรรม์สอบถามกันเข้ามาได้เลยนะครับพร้อมให้คำปรึกษา ที่ ID:nucha-am C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รู้หรือไม่ใม่**การยกเลิกกรมธรรม์ประกันรถทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น  2  แบบ  คือ  การยกเลิกกรมธรรม์ และการยกเลิกกรมธรรม์แบบพิเศษ    ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. การยกเลิกกรมธรรม์  ในการยกเลิกกรมธรรม์แบบทั่วไปนั้นจะแบ่งออกเป็น 2  กรณี  คือ 1) กรณีที่ทางบริษัทเป็นฝ่ายยกเลิกเอง  ทางบริษัทจะมีดารทำหนังสือแจ้งกับทางผู้ทำประกันรถไม่น้อยกว่า 15 วัน ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัย จากนั้นก็จะทำการคืนเบี้ยประกันให้กับผู้เอาประกันภัย  ซึ่งจะมีการหักเบี้ยประกันภัยบางส่วนสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ได้มีการบังคับใช้มาแล้วออกตามส่วน   2) กรณีผู้เอาประกันเป็นฝ่ายบอกยกเลิกกรมธรรม์  หากเป็นในกรณีนี้ทางผู้เอาประกันจะต้องทำการแจ้งให้กับทางบริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงจะมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืนตามอัตรา โดยในการคืนเบี้ยประกันรถภัยที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยหยุดชำระเบี้ยประกันเองภายในระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์ เริ่มมีผลในการบังคับใช้ ก็จะถือว่าผู้เอาประกันภัยไม่ประสงค์ที่จะเอาประกันภัยอีกต่อไป   ส่วนในกรณีเป็นการประกันภัยแบบกลุ่มและมีการลดจำนวนรถยนต์ลดลง ทางบริษัทประกันรถก็จะทำการคืนเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยรายวัน
2. การยกเลิกกรมธรรม์แบบพิเศษ  ในการยกเลิกแบบนี้จะเป็นในส่วนของกรณีที่ผู้เอาประกันหยุดใช้รถยนต์เป็นระยะเวลานาน อย่างเช่นในกรณีที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ เป็นระยะเวลานาน   หากเป็นเช่นนี้ทางผู้เอาประกันสามารถที่จะแจ้งขอหยุดการใช้รถยนต์กับบริษัทประกันภัยล่วงหน้า เพื่อขอรับเบี้ยประกันภัยคืนจากบริษัท โดยในการคืนเบี้ยประกันภัยจะคืนให้เฉลี่ยเป็นรายวันและจะไม่มีการคืนเบี้ยประกันภัยให้ในกรณีที่มีการหยุดใช้รถระหว่างการซ่อมแซม หรือ หยุดการใช้รถยนต์น้อยกว่า 30 วัน หากท่านใดมีข้อสงสัยปรึกษาฟรีได้ที่ Line ID :nucha-am C:-)

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 9855
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
สิทธิประโยชน์ที่ควรจำ จากการทำประกันภัย :)

1. กรมธรรม์จะมีผลคุ้มครองหลังจากมีการชำระ ฉะนั้นเมื่อชำระไปแล้วควรจะเก็บใบเสร็จไว้ให้ดีๆ และการจ่ายสินไหมกรณีเกิด Total loss (รถเสียหายหนักต้องคืนซาก) ทางประกันจะให้เงินทุนประกันมากับเราแล้วเก็บซากไป หากเรายังติดผ่อนไฟแนนซ์เค้าจะให้เราเซ็นให้มอบเงินส่วนนี้ให้กับทางไฟแนนซ์

2. ในกรณีที่เกิดเหตุแล้วไม่มีคู่กรณีจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกหรือเอ็กเซส (excess) เพียง 1,000 บาท(อันนี้บังคับเก็บ) เท่านั้น แต่หาเราเป็นฝ่ายผิดจะต้องจ่าย 2,000 - 6,000 บาท(อาจจะไม่มี) ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเกี่ยวกับการตกลงจ่ายค่าส่วนแรกส่วน deductible แบบสมัครใจในการขนย้ายรถที่เสียหายเนื่องจากอุบัติเหตุเพื่อไปซ่อมที่อู่ บริษัทประกันรถจะเป็นผู้จัดการเองทั้งหมดตั้งแต่หลังเกิดเหตุจนกระทั่งซ่อมเสร็จ

3. ค่าอะไหล่ที่เกิดจากการซ่อม ทางผู้เอาประกันสามารถที่จะเรียกร้องเป็นเงินตามราคาประเมินได้ เพื่อนำเงินดังกล่าวไปจัดซื้อเองได้

4. ในกรณีที่ขับรถชนกับรถคู่กรณีที่ไม่มีประกันรถและรถของเราเองเป็น “ฝ่ายถูก” จะต้องทำการตรวจสอบกับบริษัทประกันรถว่าตามรายงานอุบัติเหตุนั้น รถของเราเป็นฝ่ายถูกจริงเหรอ ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของเราเอง  แต่หากเป็นกรณีเราเป็นฝ่ายถูก หากรถต้องซ่อมนาน เราก็สามารถที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มระหว่างไม่มีรถใช้แน่นอน ดังนั้นอย่าลืม "เรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อม" จากทางบริษัทประกันรถของคู่กรณีของเราด้วย

     ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่นำมาฝาก คือ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่เรายังไม่เป็นที่แน่ใจว่าเรานั้นเป็นฝ่ายถูกหรือผิด   ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเซ็นต์ชื่อรับผิดในใบเคลม   ซึ่งในการตรวจสอบหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันรถและที่สำคัญห้ามหนีในกรณีที่ขับรถไปชนคน เพราะถ้าหนีจะเป็นเหตุให้เราติดคุกทันที  เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อเกิดเหตุก็ให้ทำการช่วยเหลือคนเจ็บให้เต็มที่ ทั้งนี้ควรจะมีการการถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานที่เกิดเหตุไว้ต่อสู้คดี บางครั้งโทษทางอาญาอาจจะลดเหลือเพียงแค่รอลงอาญา และตกลงค่าเสียหายกันตามสมควร   อย่างน้อยถ้าเราไม่ใช่คนเลวและบริสุทธิ์แล้วทางศาลก็จะพิจารณาจากความมีน้ำใจที่เราช่วยเหลือผู้อื่น คือ การแสดงความรับผิดชอบโดยการยอมรับความผิดนั้นเอง หากมีข้อมูลตรงไหนอยากสอบถามเพิ่มเติมส่วนตัวได้ที่ Line Id : nucha-am

Tags: